คำถามประจำสัปดาห์ที่ 4

เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ KM ท่านคิดว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง

เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการนำระบบคอมพิวเตอร์ ระบบสื่อสารโทรคมนาคม และความรู้อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในกระบวนการจัดหา จัดเก็บ สร้างและเผยแพร่สารสนเทศในรูปแบบต่าง ๆ  สำหรับในด้านการจัดการความรู้  เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นปัจจัยสำคัญตัวหนึ่งที่เอื้อให้การจัดการความรู้ประสบความสำเร็จ ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยให้การแลกเปลี่ยนความรู้สามารถทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ระบบฐานข้อมูลที่ทันสมัยก็มีส่วนช่วยให้การจัดการความรู้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้นั้นประกอบด้วย

             1 เทคโนโลยีการสื่อสาร ช่วยให้บุคลากรสามารถเข้าถึงความรู้ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น รวมทั้งสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ค้นหาข้อมูลสารสนเทศและความรู้ที่ต้องการได้ผ่านทางเครือข่ายอินทราเน็ตหรืออินเทอร์เน็ตได้
              2  เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน  ช่วยให้สามารถประสานการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดอุปสรรคในเรื่องของระยะทาง เช่น โปรแกรมการทำงานเป็นกลุ่มหรือกรุ๊ปแวร์ (Groupware) เป็นซอฟแวร์ที่ทำให้มีการทำงานร่วมกันเป็นทีมผ่านระบบเครือข่าย มีการสื่อสารแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการประชุมร่วมกัน

              3  เทคโนโลยีในการจัดเก็บความรู้ ช่วยในการจัดเก็บและจัดการความรู้ต่างๆ เช่นระบบจัดการฐานข้อมูล  เหมืองข้อมูล (Data Mining) ที่เป็นการดึงข้อมูลจากแหล่ง จัดเก็บข้อมูลในคลังข้อมูล (Data Warehouse) มารวบรวมและแสดงผลในรูปแบบที่ใช้ประโยชน์ได้

คำถามประจำสัปดาร์ที่ 3

การจัดการความรู้ (Knowledge Management) ในมุมมองของผม

KM ในมุมมองของผมเห็นว่า KM เป็น การจัดการคน (K=Khon + M= Management) หรือการพัฒนาคน เพราะจากที่ผมได้เห็น ผู้ที่ทำ KM โดยไม่ข้ามขั้นตอนหรือรวบรัดตัดตอน ส่วนมากฐานจะแน่นเพราะปลูกฝังวัฒนธรรมที่ดีคือ "กระบวนการถ่ายทอดความรู้เพื่อการจัดการความรู้" เกิด "4 ป " คือ "เปิดใจ" "ปรารถนา" "ปัญญา" และ "ประโยชน์" จากการปฏิบัติ โดยส่วนมาก พื้นฐานของมนุษย์ทุกคนคือการเรียนรู้และการรับรู้ มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีปัญญา เป็นพรสวรรค์แตกต่างจากสัตว์อื่น ขึ้นอยู่ที่การฝึก ให้เปิดใจเรียนรู้ในสิ่งต่างๆ การรับรู้ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความปรารถนาคือความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ เกิดปัญญาความรู้ใหม่ และนำมาถ่ายทอดในทางที่เป็นประโยชน์ เป็นข้อคิด ในทางสร้างสรรค์ หรือในทางที่เป็นความรู้ เพื่อพัฒนาตนเองทั้งทางกายและจิตใจ 

งานครั้งที่ ๒ "สมเด็จพระเทพรัตนราชการสุดา ฯ กับ การจัดการความรู้"

พระราชประวัติ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
HRH Biography Banner

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์ที่ ๓ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ที่ ๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๘ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ได้รับพระราชทานพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์
ด้วยเหตุที่ทรงบำเพ็ญพระราชกิจจานุกิจนานัปการอันเป็นประโยชน์แก่แผ่นดินและราษฎร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สถาปนาพระราชอิสริยยศ และพระราชอิสริยศักดิ์ เป็น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๐ และจากพระวิริยะอุตสาหะในการทรงศึกษาหาความรู้และบำเพ็ญพระราชกิจนานัปการ พระเกียรติคุณ เป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้ง ทั้งในราชอาณาจักร และนานาชาติ จึงทรงรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แห่งราชอาณาจักรไทยและทรงรับการทูลเกล้า ฯ ถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ
พระราชพิธีสถาปนาพระราชอิสริยศักดิ์ พระราชพิธีสถาปนาพระราชอิสริยศักดิ์

  • พระราชพิธีสถาปนาพระราชอิสริยศักดิ์
  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งราชอาณาจักรไทย
  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ

การศึกษา
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเริ่มต้นการศึกษาระดับอนุบาล เมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๑ ณ โรงเรียนจิตรลดา ในเขตพระราชฐาน พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต โดยทรงศึกษา ต่อเนื่องไปจนถึงระดับมัธยมศึกษา ตลอดระยะเวลาที่ทรงศึกษา ทรงเอาพระทัยใส่ในการเรียน โปรดการอ่าน และการศึกษาวรรณคดี ทั้งของไทยและต่างประเทศ ทรงเริ่มแต่งคำประพันธ์ต่าง ๆ ทั้งร้อยแก้ว และร้อยกรอง ตั้งแต่ยังทรงศึกษา ในชั้นประถมศึกษา โปรดการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน ทั้งด้านกีฬา ดนตรี บันเทิง และกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์
ณ โรงเรียนจิตรลดา ณ โรงเรียนจิตรลดา
หลังจากทรงสำเร็จการศึกษา ประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย ในแผนกศิลปะ จากโรงเรียนจิตรลดา เมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๖ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสอบเข้าศึกษาต่อ ในระดับอุดมศึกษา ณ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แม้จะมีพระราชภารกิจ โดยเสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ไปเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่าง ๆ แต่ก็ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะ ในการเรียนอย่างยิ่ง และยังทรงร่วม กิจกรรมของคณะ และของมหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนิสิตทั่วไป ในปีการศึกษา ๒๕๑๙ ทรงสำเร็จการศึกษา และทรงเข้ารับพระราชทานปริญญา อักษรศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง สาขาวิชาประวัติศาสตร์
ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ในพุทธศักราช ๒๕๒๐ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสมัครเข้าศึกษาต่อ ระดับมหาบัณฑิต ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมกันทั้งสองแห่ง ทรงสำเร็จการศึกษาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจารึกภาษาตะวันออก จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ในปีการศึกษา ๒๕๒๒ หลังจากนั้น ทรงสำเร็จการศึกษา อักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาบาลี - สันสกฤต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปีการศึกษา ๒๕๒๔ ต่อมา ด้วยความสนพระทัยงานด้านการพัฒนา โดยอาศัยหลักวิชาการศึกษา หรือการเรียนรู้เป็นแกน จึงทรงสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับดุษฎีบัณฑิต ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ทรงสำเร็จการศึกษา และรับพระราชทานปริญญา การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนศึกษาศาสตร์ในปีการศึกษา ๒๕๒๙
หลักคิดในการใช้การศึกษาเป็นปัจจัยหลักในการสร้าง และพัฒนาความรู้ ความคิดของประชาชน และเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชน และสังคม ที่ทรงได้รับจากการศึกษา ในระดับดุษฎีบัณฑิต ผนวกกับประสบการณ์ ที่ทรงเรียนรู้ จากการโดยเสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเป็นพื้นฐานความรู้ที่แข็งแกร่ง ในการทรงงานพัฒนา ของพระองค์เอง ในเวลาต่อมา จวบจนปัจจุบัน
นอกเหนือจากการศึกษาในระบบ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ยังสนพระทัยศึกษาเพิ่มเติม ดูงาน ประชุมสัมมนา และฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มพูนทักษะ ความรู้ ในวิชาการด้านอื่น ๆ อีกหลายด้าน เช่น ภูมิศาสตร์กายภาพ อุทกศาสตร์ พฤกษศาสตร์ การจัดการทรัพยากรดินและน้ำ รีโมตเซนซิ่ง ระบบภูมิสารสนเทศ แผนที่ โภชนาการ เป็นต้น ด้วยมีพระราชประสงค์ ที่จะนำความรู้ที่ได้จากวิชาการเหล่านี้ ไปประยุกต์ใช้ในการทรงงานพัฒนาชุมชน และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร

  • พระราชประวัติการศึกษา
  • การศึกษาดูงานและการประชุมทางวิชาการ พุทธศักราช ๒๕๒๐ - ๒๕๔๐
  • การศึกษาดูงานและการประชุมทางวิชาการ พุทธศักราช ๒๕๔๑ - ปัจจุบัน

การรับราชการ
หลังจากทรงสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาแล้ว ในพุทธศักราช ๒๕๒๓ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเข้ารับราชการเป็นอาจารย์กองวิชากฎหมายและสังคมศาสตร์ ส่วนการศึกษา โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ทรงสอนวิชาประวัติศาสตร์ไทยและสังคมวิทยา ต่อมาในพุทธศักราช ๒๕๓๐ ได้มีการตั้งกองวิชาประวัติศาสตร์ขึ้นใหม่ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระยศ พันเอก ทรงดำรงตำแหน่งหัวหน้ากอง (ซึ่งต่อมาได้มีการขยายตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการกองในพุทธศักราช ๒๕๓๒ พร้อมกับกองอื่น ๆ) ทรงเป็นผู้อำนวยการกองวิชาประวัติศาสตร์พระองค์แรกจนถึงปัจจุบัน มีพระราชภารกิจ ทั้งการบริหาร การสอน และงานวิชาการอื่น ๆ ต่อมา ทรงได้รับพระราชทานพระยศ พลเอก ในพุทธศักราช ๒๕๓๙ และทรงได้รับโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ (อัตราจอมพล) ในพุทธศักราช ๒๕๔๓ นอกจากนี้ ยังได้ทรงรับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษบรรยายวิชาการ ณ สถาบันการศึกษาต่าง ๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยศิลปากร
  

  • พระยศและพระตำแหน่งทางราชการ

พระราชกิจ
นอกเหนือจากพระราชภารกิจในหน้าที่ราชการ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านต่าง ๆครอบคลุมงานสำคัญ ๆ อันเป็นประโยชน์หลักของบ้านเมือง เกือบทุกด้าน และทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย ให้ทรงปฏิบัติ พระราชกรณียกิจที่ทรงสืบสาน ต่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ มอบหมาย โดยเฉพาะการทรงงาน ด้านการบริหารองค์การ และมูลนิธิ เพื่อสาธารณกุศล ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย รวมทั้งการเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ และการปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในโอกาสต่าง ๆ เช่น การพระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะบุคคลต่าง ๆ เฝ้า ฯ การพระราชทานปริญญาบัตร การถวายผ้าพระกฐิน เป็นต้น
 
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงจัดตั้งโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนผู้ยากไร้ในชนบท โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาพอนามัย และแก้ไขปัญหาภาวะทุพโภชนาการ ทรงเห็นว่าเด็กจะเรียนหนังสือไม่ได้ ถ้าท้องหิว หรือเจ็บป่วย จึงทรงริเริ่มโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๓ ทรงเห็นความสำคัญของการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงพระราชทานพระราชทรัพย์ให้ก่อสร้างโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ศูนย์การเรียนชุมชนสำหรับชาวไทยภูเขา ห้องเรียนเคลื่อนที่ ทั้งพระราชทานพระราชทรัพย์เป็นค่าตอบแทนครูผู้สอน และทรงจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนพระราชทาน เพื่อให้เยาวชนมีโอกาสได้รับการศึกษาที่เหมาะสม จะได้มีความสามารถในการพึ่งตนเอง และเป็นที่พึ่งของครอบครัวได้ในอนาคต ทรงติดตามการดำเนินงาน โครงการตามพระราชดำริอย่างใกล้ชิด และเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในโครงการ ด้วยพระองค์เองเสมอ
จากการที่มีประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ ได้ทูลเกล้า ฯ ถวายเงินเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศล หรือสมทบทุนดำเนินงานโครงการพัฒนาต่าง ๆ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้นำเงินที่มีผู้ทูลเกล้า ฯ ถวายดังกล่าวมาจัดตั้งเป็นกองทุน ทุนการกุศลสมเด็จพระเทพ ฯ เพื่อให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือประชาชนผู้ทุกข์ยากเดือดร้อน หรือเพื่อการสาธารณประโยชน์อื่น ๆ
นอกเหนือจากงานพัฒนา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี สนพระทัยงานศิลปวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างยิ่ง มีพระราชดำริว่า ควรจะมีการถ่ายทอดงานด้านวัฒนธรรมไปสู่เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ ผ่านกระบวนการจัดการศึกษาอบรม ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้คนรุ่นใหม่เหล่านี้ได้เรียนรู้ ตระหนักความสำคัญ รักและผูกพันในศิลปวัฒนธรรมของชาติ สามารถสืบทอดเพื่อการอนุรักษ์และอาจพัฒนาเป็นอาชีพได้ ทรงสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์และสืบทอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของไทย พระอุตสาหะในการปฏิบัติกิจการอันเป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองและประชาชน เป็นที่ประจักษ์แก่พสกนิกรทั่วหน้า จึงทรงได้รับการทูลเกล้า ฯ ถวายรางวัลเกียรติยศ พระเกียรติคุณ ตำแหน่งเกียรติยศ และปริญญากิตติมศักดิ์ จากสถาบัน หน่วยงานและองค์กร ทั้งในราชอาณาจักรและต่างประเทศจำนวนมาก
พระราชจริยาวัตรที่ประชาชนทั่วไปได้เห็นประจักษ์ คือ พระเมตตาและความเอาพระทัยใส่ในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชปณิธานที่จะช่วยเหลือผู้ที่ทุกข์ยาก เดือดร้อนโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ เผ่าพันธุ์ เชื้อชาติ ศาสนา พสกนิกรต่างยกย่อง และชื่นชมในพระบารมี ดังนั้น เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติที่ทรงมีคุณูปการต่อชาติบ้านเมืองในด้านต่าง ๆ มาโดยตลอด จึงมีบุคคล หน่วยงาน สมาคม และองค์กรต่าง ๆ ทั้งในราชอาณาจักรและในต่างประเทศ ขอพระราชทานอัญเชิญพระนามาภิไธย และขอพระราชทานนาม ไปเป็นชื่อพรรณพืช และสัตว์ที่ค้นพบใหม่ในโลก รวมทั้งสถานที่ และสิ่งต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและเป็นสิริมงคลสืบไป นอกจากนี้ ยังได้ทรงพระกรุณารับสมาคม สถาบัน และองค์กรต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริ หรือที่มีวัตถุประสงค์ดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ที่ทรงให้การสนับสนุน ซึ่งล้วนเป็นไปเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้ขาดแคลน หรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ไว้ในพระราชูปถัมภ์

  • รางวัลเกียรติยศและพระเกียรติคุณ
  • ตำแหน่งเกียรติยศ
  • ปริญญากิตติมศักดิ์จากสถาบันในประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๒๐ - ๒๕๔๐
  • ปริญญากิตติมศักดิ์จากสถาบันในประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๔๑ - ปัจจุบัน
  • ปริญญากิตติมศักดิ์จากสถาบันต่างประเทศ
  • พระนามาภิไธยและนามพระราชทานพรรณพืชและสัตว์
  • พระนามาภิไธยและนามพระราชทานสถานที่และสิ่งต่าง ๆ
  • สมาคม สถาบัน และองค์กรในพระราชูปถัมภ์

งานอดิเรก
ยามที่ทรงว่างจากพระราชกิจ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพักผ่อนพระอิริยาบถโดยทรงมี งานอดิเรกที่สนพระทัยหลายประเภท เช่น ดนตรี งานศิลป์ กีฬา งานสะสม การทัศนศึกษา การอ่านและสะสมหนังสือ ทรงมีหอสมุดส่วนพระองค์ที่จัดเก็บหนังสือหลากหลายประเภท ทั้งที่ทรงเลือกซื้อด้วยพระองค์เองและที่มีผู้ทูลเกล้า ฯ ถวาย และดังเช่นเป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า ทรงมีพระอัจฉริยภาพในการเรียงร้อยอักษร จึงทรงพระราชนิพนธ์ร้อยแก้วและร้อยกรองไว้เป็นจำนวนมาก มีทั้งประเภทบทความ เรื่องสั้น ความเรียง คำนำ บทกวี บทเพลง เรื่องแปล และสารคดี เป็นต้น รวมทั้งพระราชนิพนธ์ชุดเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ ซึ่งเปรียบเสมือน “บันทึกการเดินทาง” ที่ให้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินแก่ผู้อ่าน
 


ในปัจจุบัน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ยังสนพระทัยศึกษาและฝึกฝนเรียนรู้ทักษะภาษาและวิชาการต่าง ๆ อยู่มิได้ขาด เช่น ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาจีน เทคโนโลยีสารสนเทศ ดาราศาสตร์ เทคโนโลยีชีวภาพ เป็นต้น พระปรีชาสามารถด้านภาษาเป็นที่ประจักษ์โดยทั่วหน้า นอกจากนี้ ยังสนพระทัยเข้าร่วมการประชุม แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ทรงศึกษาดูงาน และทรงพบปะสนทนากับปราชญ์ด้านต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ เพื่อทรงรับความรู้ใหม่ ๆ และทันสมัยอยู่เสมอ

คำถามประจำสัปดาห์ที่ 1 :เรื่อง ในหลวงกับการจัดการความรู้ในความคิดของข้าพเจ้า

เรื่อง ในหลวงกับการจัดการความรู้ในความคิดของข้าพเจ้า

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยเสมอมา ทรงเริ่มเสด็จเยี่ยมเยือน และพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎร ตั้งแต่ พ.ศ. 2495 เริ่มจากราษฎรที่อยู่ใกล้เคียงกับพระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และค่อยๆ ขยายพื้นที่ไปทั่วทุกภาคของประเทศ จนอาจกล่าวได้ว่า “ไม่มีพื้นที่แห่งใดเลยในประเทศไทย ที่พระองค์ไม่เคยเสด็จพระราชดำเนินไปถึง ซึ่งพสกนิกรชาวไทยในทุกหนแห่งก็ถวายความ จงรักภักดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างล้นเหลือเช่นกัน” และจากการเสด็จออกเยี่ยมราษฎรด้วยพระองค์เองทำให้ทรงทราบปัญหาในเรื่องความเป็นอยู่ และการประกอบอาชีพของราษฎร ซึ่งเป็นปัญหาในหลายๆ ด้าน เช่น ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและชลประทาน ด้านการพัฒนาที่ดิน ด้านเกษตรกรรม ด้านการศึกษาวิจัย ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ด้านอาชีพเสริม และอื่นๆ เหล่านี้คือที่มาของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ปัจจุบันมีมากกว่า 1,000 โครงการ
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่
  1. โครงการตามพระราชประสงค์ เป็นโครงการที่ทรง ศึกษา ค้นคว้า วิจัยและทดลองปฏิบัติเป็นการส่วนพระองค์ โดยใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อแสวงหาแนวทางและวิธีปฏิบัติที่ดีเมื่อโครงการนั้นได้ผลดีมีประโยชน์แก่ราษฎรอย่างแท้จริงแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐบาลเข้ามารับช่วงงานต่อไป
  2. โครงการหลวง เป็นโครงการที่ทรงเลือกดำเนินการเพื่ออนุรักษ์ และฟื้นฟูพื้นที่บนดอยต่างๆ ในเขตภาคเหนือที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ให้ชาวเขาหันมาปลูกพืชเศรษฐกิจทั้งไม้ดอก และไม้ผล จนมีอาชีพที่มั่นคง ลดการตัดไม้ทำลายป่าได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้น ทำให้โครงการหลวง ได้รับรางวัลแมกไซไซ ในฐานะองค์กรดีเด่น สาขาส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ ประจำปี 2531
  3. โครงการในพระบรมราชานุเคราะห์ เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแนวพระราชดำริและคำแนะนำให้เอกชนไปดำเนินการและรับผิดชอบด้านกำลังทรัพย์ กำลังปัญญา และบุคลากร ตลอดจน ติดตามผลงานด้วยตนเอง เช่น โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
  4. โครงการตามพระราชดำริ เป็นโครงการที่ทรงวางแผนพัฒนาและให้รัฐบาลร่วมดำเนินการ โดยครอบคลุมการพัฒนาในหลายสาขา คือ
  1. ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและชลประทาน ทรงพบว่าพื้นที่เกษตรกรรมหลายแห่งขาดแคลนน้ำ ที่จะใช้เพาะปลูกและอุปโภค ในขณะที่บางแห่งกลับมีน้ำท่วม พืชผลได้รับความเสียหาย จึงทรงจัดหาแหล่งน้ำ และการชลประทานให้แก่ราษฎรแบ่งเป็น โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกและอุปโภคบริโภค, โครงการพัฒนาแหล่งนี้เพื่อการรักษา ต้นน้ำลำธาร, โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการผลิตไฟฟ้าในชนบทที่ห่างไกล, โครงการระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มเพื่อประโยชน์ในการเพาะปลูก, โครงการบรรเทาอุทกภัย2
  2. ด้านการปฏิรูปและพัฒนาที่ดิน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพัฒนาที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า ให้อุดมสมบูรณ์ แล้วจัดสรรให้เกษตรกรในรูปสหกรณ์ นอกจากนั้นมีการปลูกหญ้าแฝก เพื่อแก้ปัญหาการชะล้างพังทลายของหน้าดิน
  3. ด้านเกษตรกรรม มีหลายโครงการ ได้แก่ โครงการหลวงพัฒนาภาคเหนือ, โครงการฝนหลวง, โครงการธนาคารข้าว, โครงการธนาคารโค กระบือ, โครงการส่งเสริมอาชีพพิเศษในยามที่ เกษตรกรว่างจากการทำไร่ทำนา, โครงการสหกรณ์
  4. ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทรงจัดตั้งโครงการหน่วยแพทย์พระราชทานเช่น แพทย์หลวงเคลื่อนที่พระราชทาน, โครงการแพทย์พิเศษพระราชประสงค์, หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน
  5. ด้านการศึกษา พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนก่อสร้างโรงเรียนและทรงก่อตั้งกองทุนนวฤกษ์ เพื่อสนับสนุนเด็กที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์แก่นักเรียนทุกระดับ รวมทั้งโปรดเกล้าฯ จัดตั้งมูลนิธิอานันทมหิดล เพื่อส่งไปศึกษาเพิ่มเติมยังต่างประเทศด้วย

คำถามประจำสัปดาห์ที่ 11

ท่านคิดว่า Group ware มีความสำคัญอย่างไร ต่อการตัดสินใจ และให้หาตัวอย่างเพิ่มเติม:

ตอบ: Group ware มีความสำคัญ ต่อการตัดสินใจคือเป็นเครื่องมือที่นำเข้ามาช่วยในการสนับสนุนการทำงานเป็นกลุ่ม โดยที่ทุกคนสามารถระดมความคิดเห็นกันได้ซึ่งจะช่วยในการประมวลผลที่รวดเร็วเพราะมาจากการใช้งานของบุคคลหลายคนเข้ามาใช้งานพร้อมกัน โดย Groupware ยังทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้หลายคนในเวลาพร้อมๆกันนอกจากนี้  เครื่องมือที่จะนำเข้ามาช่วยในการสนับสนุนการสื่อสาร (Communication  Support)  ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการทำงานร่วมกัน  และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในปัจจุบันก็มีราคาค่อนข้างถูก  สามารถทำงานด้วยความเร็ว    มีความสามารถและความน่าเชื่อถือสูง   เครื่องมือดังกล่าวก็คือ  เครือข่าย Internet  และ  Web   Groupwareและ Groupware นอกจากจะเป็นโปรแกรมช่วยในการตัดสินใจแล้ว ยังเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวม และบำรุงรักษาความรู้ ความเชี่ยวชาญขององค์กร 


ตัวอย่างเพิ่มเติม1.Electronics Mail and Messaging เช่น Cc : mail, Notes, Microsoft Exchange
2.Group Calendaring เช่น Lotus Organizer, Synchronize3.ระบบ TeamWork ที่ใช้ประสานงานกลุ่ม 4.Cloud Office5.การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์(Electronic Fund Transfer : EFT)      

คำถามสัปดาห์ที่10:

ท่านคิดว่าระบบของการจัดการความรู้ (Knowledge Management System) มีความเกี่ยวข้องกับระบบผู้เชี่ยวชาญ ( Expert system) หรือไม่? อย่างไร?


ตอบ: ระบบการจัดการความรู้ มีความเกี่ยวข้องกับระบบผู้เชี่ยวชาญ คือ ระบบการจัดการความรู้เป็นระบบที่สร้างขึ้นจากการรวบรวมความรู้ ความชำนาญของผู้เชี่ยวชาญ มาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อที่จะสร้าง แสดงและกระจายความรู้ เพื่อประโยชน์ในการนำไปใช้ในการเรียนรู้ภายในองค์กร และ เพื่อที่องค์กรจะได้รับประสิทธิภาพในการใช้สารสนเทศให้ได้มากที่สุด ดังนั้น ระบบของการจัดการความรู้ และ ระบบผู้เชี่ยวชาญ จึงมีความเกี่ยวข้องกันโดยขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้ โดยเป็นการทำงานประสานร่วมกันนั่นเอง

คำถามประจำสัปดาห์ที่ 9:คำถามที่ 2

คำถามที่ 2 

กำหนด Symbol ให้กับประโยคต่างๆ 

กฏ
ข้อเท็จจริง (หลัง IF)
นิพจน์
ข้อเท็จจริงใหม่ (หลัง THEN)
นิพจน์
R1
เป็นผู้เรียนคอมพิวเตอร์ขั้นต้น
A
เรียนภาษาเบสิค
C
ต้องการความสนุก
B


R2
ต้อองการความยาก
D
เรียนภาษาซี
E
R3
เป็นผู้เรียนคอมพิวเตอร์ขั้นสูง
F
เรียนภาษาจาวา
G
R4


เรียนภาษาไพทอน
H
R5
ผู้เรียนไม่คุ้นเคยกับคอมพิวเตอร์
I


R6
ผู้เรียนคุ้นเคยกับคอมพิวเตอร์
J


เขียนโปรแกรมไม่เป็น
K


R7
เขียนโปรแกรมเป็น
L


R8
เข้าใจโฟว์ชาร์ท
M


R9
ไม่เข้าใจโฟว์ขาร์ท
N




เขียนกฎทั้งหมดให้อยู่ในรูปแบบของ Symbolic Logic

     R1 :     If  A  and   B  Then  C
     R2 :     If  A  and   D  Then  E
     R3 :     If  F  and   D  Then  G
     R4 :     If  F  and   B  Then  H
     R5 :     If   I  Then  A
     R6 :     If  J  and   K  Then  A
     R7 :     If  J  and   L  Then  F
     R8 :     If  M Then  L
     R9 :     If  N Then  K


เขียน AND/OR graph ของกฎ



คำถามสัปดาห์ที่9

อ้วน

สาเหตุ

โรคภัย
-ได้รับฮอร์โมนสเตียรอยมานาน
-การทานยาคุมเพื่อเพิ่มฮอร์โมน
-ยาแก้โรคซึมเศร้า  tricyclic antidepressant,phenothiazine
-ยาลดความดัน  beta-block
-ยารักษาเบาหวา


สภาพจิตใจ
-เครียด
-ซึมเศร้า
-สุข
-ดีใจ
-เสียใจ
-ทุกข์


สภาพแวดล้อม
-พ่อ แม่ พากิน
-พี่น้องอ้วน
-พ่อแม่ เลี้ยงแบบตามใจลูก


พฤติกรรมตัวเอง
-กินแล้วนอน
-กินจุ กินเยอะ
-ไม่ออกกำลังกาย
-กินอาหารไขมันสูง
-กินอาหารจานด่วน

อื่นๆ
-อายุ
-เพศ
-กรรมพันธุ์

คำถามประจำสัปดาห์ที่8

ระบบ Expert System นอกเหนือจากการใช้ในด้านการแพทย์แล้ว ในความคิดของท่านจะสามารถนำระบบนี้ไปใช้เกี่ยวกับด้านใดได้บ้าง เพราะอะไร: 


=การใช้ระบบผู้เชี่ยวชาญควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมรถยนต์ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งของการประยุกต์ใช้
 ระบบผู้เชี่ยวชาญในงานด้านอุตสาหกรรมระบบผู้เชี่ยวชาญจะทำหน้าที่เสมือนกับสมองหุ่นยนต์เพื่อให้การทำงานของหุ่นยนต์ 
เป็นไปตามกระบวนการผลิตด้านการผลิตระบบผู้เชี่ยวชาญสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์ 
 จากปัญหา ของตัวอย่างที่ 2, 3, 4 ของงานสัปดาห์ที่ผ่านมา (๑๘ ก.ค.๒๕๖๖) การแก้ปัญหา Linear Programming จะใช้ Microsoft Excel (Solver) ได้อย่างไร และคำตอบของตัวแปร (x) ของตัวอย่างที่ 2, 3, 4 มีค่าเท่าไร ทั้งนี้ การตอบจะต้องตอบใน Blog โดย Capture (Print Screen) หน้าจอของ Microsoft Excel (Solver)

ข้อ2.


ข้อ3.


ข้อ4.


คำถาม สัปดาห์ที่ 4

ร้านดอกไม้แห่งหนึ่งกำลังพิจารณาที่จะสั่งดอกไม้มาจำหน่ายโดยต้นทุนของดอกไม้ 30 บาท/ดอก  แล้วนำมาจำหน่ายหน้าร้านราคา 50 บาท/ดอก  อย่างไรก็ตามหากดอกไม้จำหน่ายไม่หมดภายใน 3 วัน จะนำมาเลหลังในราคา 10 บาท/ดอก

 จากข้อมูลการจำหน่ายที่ผ่านมาเป็นดังนี้

จากข้อมูลในตารางร้านดอกไม้ควรสั่งดอกไม้ 150 ดอก เพราะว่ามีความน่าจะเป็นสูงที่สุดคือ0.40ที่สามารถจะขายดอกไม้ให้หมดได้ภายใน 3 วันมากที่สุด



คำถาม สัปดาห์ที่ 3

คำถาม สัปดาห์ที่ 3

            1. ให้ทุกคนคิดโจทย์ การซื้อขายสินค้า โดยมีเงื่อนไขคือ มี 4 ทางเลือก 6 เหตุการณ์พร้อมคำนวณ ต้นทุน กำไร ของสินค้า ในรูปแบบของตารางเมทริกซ์ และนำคำถามที่ 1 มาเขียนในรูปแบบ Decision Tree โดย คำนวนหากำไรของแต่ล่ะเหตุการณ์

ร้านขายสบู่แห่งหนึ่งในจังหวัดอุบล กำลังพิจารณาซื้อสบู่จากต่างประเทศเพื่อมาขายในร้านโดยสั่งซื้อมาจะจัดมาเป็นกล่อง ซึ่งร้านจะจัดจำหน่ายทันที ราคาต้นทุนรวมค่าใช้จ่ายต่างๆ คิดเป็นกล่องละ 150 แต่จะจัดจำหน่ายในราคา 200 โดยแต่ล่ะสัปดาห์จะมีอัตราการสั่งซื้อคือ  10 กล่อง,30กล่อง,50กล่อง,60กล่อง และจะจัดส่งทุกสัปดาห์ตามที่จำนวนที่ทำสัญญาตกลงกันไว้ ทางร้านกำลังพิจารณาว่าจะทำสัญญาสั่งซื้อสัปดาห์ละกี่กล่องจึงจะได้กำไรสูงสุด
เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นและมีผลต่อผลตอบแทนของทางเลือกต่างๆ ได้แก่
ความต้องการของลูกค้า โดยคาดว่าความต้องการของลูกค้าอยู่ในระดับต่างๆ กัน คือ 10, 20, 30, 40 , 50 และ 60 กล่อง






Decision Tree


ท่านคิดว่า Decision Tree เกี่ยวข้องกับ การตัดสินใจอย่างไร?

decision tree มีส่วนเกี่ยวข้องกับ การตัดสินใจคือ เป็นแผนภาพที่ใช้แสดงเงื่อนไขและการกระทำตามเงื่อนไข และเป็น แผนผังที่แสดงความสัมพันธ์ ระหว่างเงื่อนไขและลำดับการกระทำ ตั้งแต่เงื่อนไขแรกจนถึงเงื่อนไขสุดท้าย

ลักษณะของแผนภาพต้นไม้ เพื่อการตัดสินใจ
 
         การตัดสินใจโดยแผนภาพต้นไม้นี้มีประโยชน์ต่อนักวิเคราะห์ระบบ 2 อย่างด้วยกัน อย่างแรก คืออธิบายเงื่อนไขและ
ทางเลือกของการปฏิบัติงาน เพราะบางครั้งยากที่จะเขียนอธิบายการตัดสินใจทั้งหมดที่เป็นไปได้ เพราะขึ้นอยู่กับตัวแปรว่า
เป็นเชิงปริมาณ หรือเชิงคุณภาพ อย่างที่สอง คือการตัดสินใจโดยแผนภาพต้นไม้เป็น การวิเคราะห์การตัดสินใจแบบเป็นลำดับ ทำให้ผู้ใช้สามารถตัดสินใจเลือกเงื่อนไขที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว เงื่อนไขคือช่วงเวลาที่นำเงินมาชำระ และจำนวนเงินใน
ใบเสร็จรับเงิน
โดยสรุปแล้ว decision tree  นั้นมีส่วนที่สามารถช่วยในการตัดสินใจให้กับเราได้พร้อมทั้งยังแสดงทางเลือก และรายละเอียดต่างๆในการตัดสินใจแก่เราได้อีกด้วย

การตัดสินใจเกี่ยวข้องกับ information technology หรือไม่ หากเกี่ยวข้องจะเกี่ยวข้องอย่างไร

การตัดสินใจมีส่วนเกี่ยวข้องกับ information technology  อย่างมากเพราะในปัจจุบัน ข้อมูลข่าวสารมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โลกในปัจจุบันเป็นยุคของการสื่อสาร มีข่าวสารต่างๆมากมายในแต่ละวัน อย่างเช่น ข้อมูลในตลาดหุ้น ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงวินาทีต่อวินาที การตัดสินใจจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ